บริการเช่า แบคโฮ

SteedDEMOLITION.com

บริการเช่า แบคโฮ ทุกประเภทงาน โทร 086-773-5192, 02-915-1747

ประเมินราคา ฟรี

Steeddemolition.com

ประเมินราคา ณ ไซด์งานฟรี โทร 086-773-5192, 02-915-1747

เครียพื้นที่ เก็บเศษวัสดุ

SteedDEMOLITION.com

เครียพื้นที่ เก็บเศษวัสดุ ปรับพื้นที่ โทร 086-773-5192, 02-915-1747

ทุบตึก รื้อถอน อาคาร บ้าน โรงงาน

Steeddemolition.com

ทุบตึก รื้อถอน อาคาร โรงงาน บ้าน โดยทีมงานมืออาชีพ โทร 086-773-5192, 02-915-1747

ดูรายละเอียดที่ SteedDEMOLIION.com

Steeddemolition.com

ดูรายละเอียด ผลงาน ลูกค้า ของเราได้ที่ SteedDEMOLITION.com

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครียร์พื้นที่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครียร์พื้นที่ แสดงบทความทั้งหมด
เขียนโดย Yuthana Mahasukon On 21:25 0 ความคิดเห็น






รับรื้อถอน ทุบ ปรับปรุง แก้ไข อาคาร โรงงาน บ้าน โกดัง เก็บเศษวัสดุ ปรับพื้นที่ ถมดิน ให้เช่ารถแบ็คโฮ ปรึกษาเรื่องโีครงสร้าง ประเมิน ขออนุญาติ

โทร : 086-773-5192, 086-302-4776, 02-915-1747, 02-915-1749

www.SteedDEMOLITION.com


การที่คุณจะลงมือสร้างบ้านขึ้นมาแต่ละหลังนั้น คุณรู้รึป่าวว่าคุณควรคำนึงถึงอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำกฎหมายเล็กๆน้อยๆมาบอกเล่าให้ฟัง และหวังว่าคงจะมีประโยชน์กันคนที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน

วิธีการตรวจสอบที่ดินก่อนการซื้อ ก่อนการซื้อจะต้องตรวจสอบดังนี้
1. ตรวจหลังโฉนด ชื่อเจ้าของ ติดจำนองหรือไม่
2. ทางเข้าออกถ้าติดทางสาธารณะไม่มีปัญหา แต่ถ้าติดที่ดินเอกชนเราได้รับภาระจำยอมหรือไม่
3. สำนักโยธาที่กทม.หรือฝ่ายโยธาที่เขต (ที่ดินของจังหวัดนั้น) ห้ามก่อสร้างประเภทอาคารอะไรบ้าง
4. การทางพิเศษอยู่ในแนวเวนคืนหรือไม่
5. กรมการบินพาณิชย์ อยู่ในเขตวิทยุสื่อสารการบิน หรือไม่
6. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือส่วนภูมิภาค อยู่ในแนว เดินสายไฟแรงสูงหรือไม่
7. กรมทางหลวง อยู่ในบริเวณโครงการตัดถนนหรือไม่

วิธีการขออนุญาตปลูก "บ้าน"
ก่อนอื่นต้องมีสถาปนิกและวิศวกรทำการออกแบบ และเขียนแบบให้ จากนั้นไปขอเอกสารการ ยื่นขออนุญาต จากทางเทศบาล แล้วนำมากรอกให้ครบถ้วน ประกอบด้วย
1. กรอกคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร ข.1)
2. แบบแปลนแผนผัง จำนวน 5 ชุด
3. หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบ สถาปนิก และ วิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต
4. สำเนาโฉนดที่ดินที่จะก่อสร้าง
5. สำเนาบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้านเจ้าของอาคาร ในกรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือ

รับรองการจดทะเบียน จากนั้นนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นต่อเทศบาล ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายใน 45 วัน ต้องได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่อนุญาตจะต้องแก้ไขอะไรบ้าง เมื่อแก้ไขแล้ ก็ควรจะได้รับ อนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมตารางเมตรละไม่เกิน 4 บาท

ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้าง ดัดแปลง ต่อเติม รื้อถอน
การก่อสร้าง ดัดแปลง ต่อเติม ถ้าอยู่ในเขตเทศบาล ต้องขออนุญาตกับนายช่างโยธาในแต่ละท้องถิ่น ถ้า เป็นอาคารใหญ่ก็ต้องติดต่อที่จังหวัด ส่วนการรื้อถอนถ้าอาคารสูงเกิน 15 เมตร และห่างจากอาคารอื่นน้อยกว่า 2 เมตร ก็ต้องขออนุญาตรื้อถอนเช่นกัน แต่ถ้าทั้งหมดที่ว่านี้อยู่นอกเขตเทศบาลก็ไม่ต้องขออนุญาตใดๆทั้งสิ้น

วิธีการเริ่มต้นที่จะสร้าง "บ้าน"
ติดต่อกับบริษัทที่รับสร้างบ้านต่างๆดูผลงานของบริษัทจากสถานที่จริงเพื่อคุณภาพของงาน
ดูแบบที่มีให้ถูกใจ และถูกต้องกับความต้องการหรือติดต่อกับสมาคมสถาปนิกสยาม เพื่อให้คำแนะนำ สถาปนิก หรือตระเวณดูบ้านที่คุณพอใจแล้วถามเจ้าของบ้านว่าสถาปนิกเป็นใครแล้วก็ติดต่อเอง

อัตราค่าออกแบบ "บ้าน"
อัตราค่าออกแบบเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งกำหนดโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีหลาย ประเภทด้วยกัน แต่จะเน้นประเภทบ้านพักอาศัยกับการตกแต่งภายในเท่านั้นบ้านพักอาศัยถ้างบประมาณก่อสร้าง ไม่เกิน 10 ล้าน จะคิดค่าออกแบบ 7.5 % ของงบประมาณการตกแต่งภายใน ถ้างบประมาณก่อสร้างไม่เกิน 10 ล้าน จะคิดค่าออกแบบ 10 % ของงบประมาณ ถ้างบประมาณมากกว่านี้ สัดส่วนของค่าออกแบบ ทั้ง 2 ชนิดจะลดลง

วิธีการแบ่งงานของสถาปนิกและมัณฑนากร
งานของสถาปนิกก็คือการออกแบบตัวบ้าน เพื่อครอบคลุมห้องต่างๆให้กลมกลืนและมีความงาม ต่อเนื่องกันพร้อมทั้งสามารถป้องกันแดด ฝน รวมถึงการรับลมตามธรรมชาติด้วย
งานของมัณฑนากรก็คือการออกแบบตกแต่งภายในรวมถึงรายละเอียดของผนัง พื้น ฝ้าเพดาน พร้อมทั้ง เฟอร์นิเจอร์ และส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอยที่สถาปนิก ออกแบบไว้ เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่สถาปนิกกับมัฑนากรจะต้องออกแบบไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยอย่างสูงสุด รวมถึงความงามที่ต่อเนื่องระหว่างภายใน และภายนอกบ้าน

จรรยาบรรณของสถาปนิก
จรรยาบรรณที่สำคัญๆ ที่ควรจะทราบมี ดังนี้
1. ต้องทำงานโดยซื่อสัตย์ ไม่ทิ้งงานหากไม่มีเหตุอันควร
2. ห้ามใช้แบบที่เคยออกแบบมาแล้วให้คนอื่น ยกเว้นเจ้าของเดิมจะอนุญาต
3. ไม่ตรวจงานสถาปนิกอื่น เว้นแต่จะแจ้งให้สถาปนิกนั้นทราบก่อน
4. ไม่หางานโดยลดหรือประกวดค่าแบบ
5. ไม่แย่งงานสถาปนิกอื่น
6. ห้ามกินค่าคอมมิชชั่น

**ถ้าสถาปนิกไม่ทำตามก็จะมีโทษจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747

การรื้อถอนอาคาร

เขียนโดย Yuthana Mahasukon On 21:22 0 ความคิดเห็น

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะจำเหตุการณ์ การพังทลายของอาคารห้างนิวเวิล์ดได้ดี สาเหตุก็เนื่องมาจากการทำการรื้อถอนอาคารที่ผิดวิธี และการขาดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมของคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฏหมาย จนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สำหรับในประเทยไทยเราดูเหมือนจะให้ความสำคัญต่อการรื้อถอนอาคารไม่มากเท่ากับงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งบางท่านอาจคิดว่า การรื้อถอนมันจะไปยากอะไร แค่ทุบๆ มันทิ้งไปก็เท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วการรื้อถอนอาคารเป็นงานที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องมีการเตรียมการที่ดี มีการวางแผนงานและกำหนดขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการก่อสร้างอาคาร นอกจากนี้บางกรณีอาจต้องประสบปัญหาข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ในการทำงาน และความเสียหายของตัวอาคารที่จะรื้อถอนอีกด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรื้อถอนอาคาร ท่านมีขั้นตอนการเตรียมการและวิธีการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการเตรียมการ

  1. ยกเลิกระบบน้ำประปา - ไฟฟ้า และระบบการสื่อสารทั้งหมด
  2. เตรียมระบบน้ำประปา - ไฟฟ้า โทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารภายในหน่วยงาน อุปกรณ์ดับเพลิง ผ้าใบกันฝุ่น ตลอดจนอุปกรณ์รื้อถอนต่างๆ หากจำเป็นต้องมีนั่งร้านหรือบริเวณที่ต้องมีแผงกันวัสดุตกหล่นเพื่อป้องกันความปลอดภัย ให้ดำเนินการได้ก่อน
  3. ถอด แกะ อุปกรณ์ในส่วนที่เป็นกระจก หรือส่วนที่แตกหักง่าย และรื้อถอนผนังและส่วนต่างๆ บริเวณรอบข้างอาคารทั้งหมด ที่ล่อแหลมต่ออันตราย เช่น ผนังก่ออิฐ ริมอาคารที่แตกร้าวมาก หรือเศษวัสดุที่อาจล่วงหล่นได้ เมื่อถูกพายุพัด
  4. รื้อถอนหรือถอดส่วนที่สามารถให้แสงสว่างเพื่อสะดวกต่อการทำงานมากขึ้น
  5. รื้อถอนส่วนงานฝ้าเพดาน เช่น หลอดไฟ - โคมไฟ วัสดุตกแต่ง - ฝ้าเพดาน พร้อมทำการขนย้าย
  6. รื้อถอนส่วนผนังกั้นห้องต่างๆ
  7. หลังจากรื้อถอนส่วนตกแต่งออกจนหมดเหลือแต่ผนังกั้นห้องแล้ว ให้เตรียมเส้นทางขนย้ายเครื่องจักรขึ้นชั้นบน พร้อมเตรียมเส้นทางขนย้ายเศษซากจากชั้นบนลงชั้นล่าง
  8. ขนย้ายเครื่องจักรต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า หรืออื่นๆ ลงชั้นล่างและออกจากหน่วยงาน
  9. ทุบพื้นอาคารของชั้นดาดฟ้าทั้งหมด พ้อมขนย้ายลงชั้นล่างทางช่องลิฟท์ หรือทางเส้นทางที่ได้เตรียมไว้ และขนออกจากหน่วยงาน
  10. ทุบ - ตัด คานชั้นบนสุด - ย่อย และขนย้ายลงชั้นล่าง และขนออกจากหน่วยงาน
  11. ทุบ - ตัด เสาชั้นบนสุด - ย่อย และขนย้ายลงชั้นล่าง
  12. ดำเนินการตามข้อ 9-11 จนถึงพื้นชั้น 3 หรือ 4 ของอาคาร (ความสูงประมาณ 10 เมตร จากพื้นชั้นล่าง)
  13. ทุบพื้นชั้น 2 ของอาคารทั้งหมด - ทุบพื้นชั้น 3 ของอาคารทั้งหมด - ทุบพื้นชั้น 4 ของอาคารทั้งหมด
  14. ทุบ - ตัด คาน เสา ส่วนโครงสร้างที่เหลือจากชั้นบนลงชั้นล่าง
  15. ขนย้ายเศษซากออกจากหน่วยงานตลอดเวลาการรื้อถอนแต่ละชั้น โดยต้องจัดเวลาการขนย้ายจาก ชั้นบนลงชั้นล่าง และการขนย้ายออกให้เหมาะเพื่อไม่ให้มีเศษซากกองสะสมอยู่บนพื้นอาคาร
    • อาคารบางหลังสามารถรื้อถอนโดยการดึงลงมาจาก ชั้น 8 ถึง ชั้น 2 หากบริเวณหน่วยงานมีพื้นที่ ที่กว้างพอ
    • ระหว่างการรื้อถอนของแต่ละชั้น จะต้องมีแผงกันวัสดุตกหล่นรอบข้างอาคาร มีการฉีดน้ำดักฝุ่นตลอดเวลา ก่อนการลำเลียงวัสดุลงชั้นล่างต้องฉีดน้ำให้ชุ่ม และต้องมีผ้าใบกันฝุ่นด้วย

ข้อควรปฏิบัติและเทคนิคบางประการในการรื้อถอนอาคาร

  1. การรื้อถอนอาคารต้องทำการขออนุญาตรื้อถอนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
  2. ก่อนทำการรื้อถอนอาคาร ควรพิจารณาพื้นที่โดยรอบอาคาร ลักษณะโครงสร้างอาคาร ตลอดจนทำความเข้าใจในขั้นตอนการก่อสร้างของอาคารที่จะทำการรื้อถอน เพื่อที่จะได้วางแผน เตรียมการและกำหนดขั้นตอนวิธีการรื้อถอนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย
  3. ขณะทำการรื้อถอน ควรขนย้ายเศษซากจากการรื้อถอนออกจากตัวอาคารให้หมดทันที ไม่ควรให้มีเศษซากกองสะสมอยู่บนตัวอาคาร เพราะอาจทำให้เกิดการพังทลายลงมาได้
  4. ช่องลิฟท์เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุจากการรื้อถอนที่ดีที่สุดเส้นทางหนึ่ง เนื่องจากมีความแข็งแรงสูง
  5. ตัวอย่างเทคนิคในการรื้อถอนอาคาร

    จากรูปที่1 เป็นตัวอย่างอาคารที่เกิดการทรุดตัวซึ่งอาจล้มทับอาคารข้างเคียงได้จึงต้องทำการรื้อถอนออก โดยมีเทคนิคง่ายๆ ในการรื้อถอนที่ควรปฏิบัติ คือ ควรทำการทุบ รื้อถอนอาคารส่วนที่ แรเงาก่อน เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของจุด

    CG. ให้ย้ายไปอยู่ที่จุด
    CG.1 เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มไปทับอาคารข้างเคียงขณะทำการรื้อถอนได้

รูปที่ 2 เป็นกรณีตัวอย่างโครงหลังคา โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งคานมีขนาดใหญ่มากหากทำการรื้อถอนคานลงมากระแทกพื้นจะทำให้พื้นทะลุพังทลายลงได้ ซึ่งมีเทคนิคในการรื้อถอนดังนี้คิือ
  • ตัดเสาต้นข้างเคียง ให้มีความสูงที่พอเหมาะ
  • ตัดคานตัวเล็กออกก่อน ซึ่งจะทำให้เหลือคานตัวใหญ่วางอยู่บนเสา
  • ตัดคานตัวใหญ่ แล้วใช้ลวดสริงดึงลงมาวางที่เสาข้างเคียง เพื่อให้น้ำหนักถ่ายลงเสา สู่ฐานรากและไม่ทำให้พื้นทะลุพังทลายลงมา

ในกรณีโครงสร้างอื่นๆ ที่มีน้ำหนักมากๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยการถ่าย น้ำหนักลง คาน หรือ เสาเพื่อหลีกเลี่ยงการถ่ายน้ำหนักลงพื้นโดยตรง

หลังจากที่ได้เล่าถึง ขั้นตอน วิธีการ และเทคนิคต่างๆ ในการรื้อถอนอาคารมาพอสมควรแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่าน จะให้ความสำคัญต่องานรื้อถอนอาคารมากขึ้น และช่วยกันควบคุมดูแลงานรื้อถอนอาคารให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจอย่างที่ไม่ควรจะเกิด เช่นที่แล้วๆ มา เพราะผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร
  • เจ้าหน้าที่หน่วยงานรับ
  • วิศวกรผู้ควบคุมงาน
  • ผู้ประกอบการรื้อถอน (ผู้รับเหมา)

ให้ความร่วมมือที่ดีต่อกัน มีจรรยาบรรณ ไม่ละเลยในหน้าที่ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้วเหตุการณ์ร้ายๆ และความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

" คุณ.. ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็อย่าลืมช่วยกัน เป็นหู เป็นตา ให้สังคมนะครับ "


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.pps.co.th

หลักเกณฑ์ในการพิจารณารื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุ

ต้องได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ ( กรณีที่ราชพัสดุอยู่ในกรุงเทพมหานคร ) และผู้ว่าราชการจังหวัด ( กรณีที่ราชพัสดุอยุ่ในจังหวัดอื่น ) ก่อนการรื้อถอน ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ สามารถรื้อถอนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก กรมธนารักษ์/ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เมื่อรื้อถอนแล้วตัองแจ้งให้กรมธนารักษ์/ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ

1. อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี

2. อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดจนใช้การไม่ได้

3. อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับราชการลับทางทหาร

4. อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเดิม เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใหมทดแทนตาที่ได้รับงบประมาณ

สำหรับวัสดุที่ได้จาการรื้อถอน ให้นำออกประมูลขายโดยอนุโลมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 แล้วนำเงินที่ได้จากการขายส่งคลังเป็นรายได้ของกรมธนารักษ์ หากมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการอย่างอื่น ต้องขออนุญาตต่อกรมธนารักษ์ ก่อน โดยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นให้ทราบเพื่อประกอบการพิจารณา และต้องไม่นำวัสดุที่ได้จาก การรื้อถอนไปสมทบกับงบประมาณที่ได้รับเป็นค่าก่อสร้างอาคาร ใหม่ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณแล้ว



ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747


บริษัท สตีด จำกัด

รับรื้อถอน ทุบ ปรับปรุง แก้ไข อาคาร โรงงาน บ้าน โกดัง เก็บเศษวัสดุ ปรับพื้นที่ ถมดิน ให้เช่ารถแบ็คโฮ ปรึกษาเรื่องโีครงสร้าง ประเมิน ขออนุญาติ ครบวงจร

โทร : 086-773-5192, 086-302-4776, 02-915-1747, 02-915-1749



การดัดแปลงอาคาร

เหมือนการก่อสร้างอาคารใหม่ แต่ต้องนำใบอนุญาตรายการคำนวณ (ถ้าอาคารที่ขอดัดแปลงจัดอยู่ในประเภทอาคารถูกกำหนดให้มี) และแบบพิมพ์เขียวที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาประกอบกรขออนุญาตด้วย

การรื้อถอนอาคาร

เหมือนการดัดแปลงอาคาร

*กรณีเป็นอาคารพักอาศัยที่สูงเกิน 2 ชั้น หรืออาคารประเภทอื่นๆ เหมือนกับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนอาคารที่พักอาศัยที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น ที่ไม่ใช้อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารสาธารณะ แต่มีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

- หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวของวิศวกรผู้ออกแบบตามลักษณะ และประเภทที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาวิศวกรรม

- หนังสือรับรอง และสำเนาบัตรประจำตัวของสถาปนิกผู้ออกแบบตามลักษณะ และประเภทที่ได้กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม

- หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้ควบคุมงาน ซึ่งอาจเป็นวิศวกร และ/หรือสถาปนิก ตามลักษณะและประเภทของอาคารที่ได้กำหนดไว้ตามกฎกระทรวง

เมื่อได้ก่อสร้าง ดัดแปลง ประเภทควบคุมการใช้แล้วเสร็จ ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งให้เมืองพัทยาทราบเป็นลายลักษณ์อักษร (ตามแบบฟอร์มคำร้องขอให้ตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร) (.1)ก่อนการใช้อาคาร อาคารควบคุมการใช้ ได้แก่ อาคารที่ใช้เป็นคลังสินค้า โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุด สถานพยาบาล หรืออาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่นตามที่กำหนดในกระทรวง

มาตรา 39 ทวิ ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้นถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ได้โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดพร้อมทั้งแจ้งข้อมูล


และยื่นเอกสารดังต่อไปนี้

(ก) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ประเภทวุฒิสถาปนิก ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา 49 ทวิ

(ข) ชื่อของผู้รับผิดชอบงานออกแบบ และคำนวณอาคาร ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทวุฒิวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา 49 ทวิ

(ค) ชื่อของผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม และเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม และจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับการแจ้งเวียนชื่อตามมาตรา 49 ทวิ

(ง) สำเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม () () และ ()

(จ) หนังสือรับรองของบุคคลตาม () () และ () ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารเป็นผู้ออกแบบและคำนวณอาคาร หรือจะเป็นผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งรับรองว่าการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกประการ

(ฉ) แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของอาคารที่จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย ซึ่งมีคำรับรองของบุคคลตาม () และ () ว่าตนเป็นผู้ออกแบบอาคารและเป็นผู้ออกแบบและคำนวณนั้น

(ช) วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว

(2) ชำระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในกรณีที่เป็นการแจ้งว่าการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในวันที่ได้รับแจ้ง และผู้แจ้งเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ให้นำมาตรา 38 และมาตรา 39 มาใช้บังคับแก่ใบรับแจ้งตามมาตรานี้โดยอนุโลม (มาตรา 39 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535)

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747


บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของคนเรา การมีบ้านเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มชีวิตใหม่ที่จะเจริญก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นการปลูกสร้างบ้านที่ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ จึงเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตในฐานะเป็นพลเมืองดี และเสริมสร้างความดีงามแก่จิตใจ

ขั้นตอนในการปลูกสร้างบ้าน

ในเขตที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือกฎหมายผังเมืองบ้าน หรืออาคารที่จะปลูกสร้าง ต้องได้รับอนุญาตแบบแปลนเสียก่อน และจะสร้างเกินกว่าแบบที่ได้รับอนุญาตไม่ได้ โดยยื่นคำร้องได้ที้สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา และสำนักงานเขต หรือกรุงเทพมหานคร อำเภอ และสำนักงานสุขาภิบาล แล้วแต่กรณี บริเวณนอกเขตควบคุม บ้านหรืออาคารที่จะปลูกสร้างไม่ต้องขออนุญาตสามารถปลูกสร้างได้เลย

การแจ้งการปลูกสร้างบ้านและผู้มีหน้าที่รับแจ้ง

เมื่อปลูกสร้างบ้านหรืออาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้าบ้านไปแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่นั้น ๆ คือ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือปลัดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียน ณ สำนักงานเทศบาล สำนักงานเมืองพัทยา สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อขอเลขประจำบ้านภายใน 15 วัน นับแต่วันปลูกสร้างบ้านเสร็จหากไม่ไปแแจ้งตามกำหนดมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หลักฐานที่จะต้องนำไปแจ้งเพื่อขอเลขประจำบ้าน

- หนังสือหรือเอกสารการได้รับอนุญาตการปลูกสร้างบ้านหรืออาคาร (เฉพาะในเขตพื้นที่ที่ประกาศใช้กฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายผังเมือง)

- สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวของผู้แจ้งกรณีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำบัตรประจำตัวของผู้รับมอบ และหนังสือมอบหมาย (ถ้ามี) ไปแสดงด้วย

- หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ปลูกสร้างบ้าน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า (ถ้ามี)

- ผู้แจ้งให้ยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งพร้อมหลักฐานที่นำไปแสดง

- เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง

วิธีการรับแจ้ง

เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการสร้างบ้านใหม่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง เมื่อเห็นว่าถูกต้อง ก็ให้กำหนดเลขประจำบ้านให้พร้อมกับจัดทำทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านต่อไป โดยจะมอบสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการในเรื่องการย้ายบุคคลเข้ามาอยุ่ในทะเบียนบ้านในโอกาสต่อไป หรือจะดำเนินการในคราวเดียวกันก็ได้ ส่วนเลขประจำบ้านที่นายทะเบียนกำหนดให้นั้น ให้เจ้าบ้านไปจัดทำเลขประจำบ้านติดไว้ที่หน้าบ้านหรือที่รั้วบ้านซึ่งเห็นได้ชัดแจ้ง

การรื้อถอนบ้านซึ่งมีเลขประจำบ้าน

เมื่อได้มีการรื้อถอนบ้านหรืออาคารโดยไม่ประสงค์จะปลูกสร้างใหม่ในที่ดินนั้นอีก หรือรื้อเพื่อไปปลูกสร้างที่อื่น ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันรื้อถอนเสร็จ พร้อมกับนำสำเนาทะเบียนบ้านคืนแก่นายทะเบียนด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หมายเหตุ : การแจ้งเกี่ยวกับบ้านไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

แหล่งที่มา กระทรวงมหาดไทย

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747


การรื้อถอนอาคาร เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ไกล้ชิดกับอาคารอื่น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้


การเตรียมงาน

1.ยกเลิกการใช้น้ำประปา ไฟฟ้า และระบบการสื่อสารทั้งหมด

2.เตรียมกั้นแนวเขตป้องกันอันตราย โดยมีป้ายบอกเขตอันตรายชั่วคราวในบริเวณชุมชน มีผู้คนสัญจรคับคั่ง

3.หากจำเป็นต้องมีนั่งร้าน หรือบริเวณที่ต้องมีแผงกันวัสดุตกหล่นเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้ดำเนินการได้ก่อน

4.เตรียมเส้นทางลำเลียงวัสดุที่จะต้องขนออกและเส้นทางขนอุปกรณ์และเครื่องมือเข้าออกหน่วยงาน

5.เตรียมติดตั้งระบบน้ำประปา เพื่อสะดวกต่อการดำเนินการใช้สอยหรือป้องกันฝุ่น

6.เตรียมเครื่องมือสื่อสาร

7.กำหนดบริเวณทางเข้าออก ที่เด่นชัดของผู้ปฏิบัติหน้าที่

8.เตรียมอุปกรณ์รื้อถอนต่างๆ

9.เตรียมผ้าใบคลุมบริเวณที่อาจทำให้เกิดฝุ่นละอองได้


การสำรวจ

1.เข้าสำรวจเส้นทางเพื่อการเข้าไปสำรวจจากชั้นล่างถึงชั้นบน

2.กำหนดจุดสำรวจและจุดแสงสว่าง เพื่อการสำรวจอย่างปลอดภัย

3.สำรวจสภาพ ลักษณะ และดูความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อเตรียมการต่อไป

4.เมื่อได้แนวทางในการสำรวจ โดยจะต้องมีจุดเข้าออก ทางเดิน ทางหลบกรณีโครงสร้างไม่ปลอดภัย และจุดให้แสงสว่างแล้วจึงเข้าเคลียร์พื้นที่ เฉพาะเส้นทางแนวสำรวจ ก่อน หลังการสำรวจและวางแผนงานเรียบร้อยแล้ว จึงดำเนินการรื้อถอนต่อไป


การดำเนินการรื้อถอน

1.ขนย้ายครุภัณฑ์ต่างๆที่สามารถขนย้ายได้โดยไม่ต้องรื้อถอนจากชั้นล่าง ถึงชั้นบน

2.ถอดแกะอุปกรณ์ในส่วนที่เป็นกระจกหรือส่วนที่แตกหักง่าย

3.รื้อถอนหรือถอดส่วนที่สามารถให้แสงสว่างเพื่อสะดวกต่อการทำงานมากขึ้น

4.รื้อถอนส่วนงานฝ้าเพดาน เช่น หลอดไฟ โคมไฟ วัสดุตกแต่ง ฝ้าเพดาน พร้อมการขนย้าย

5.รื้อถอนส่วนผนังกั้นห้องต่างๆ

6.หลังจากการรื้อถอนส่วนตกแต่งออกหมดจนเหลือแต่โครงสร้างแล้ว ให้เตรียมเส้นทางการขนย้ายเศษซากจากชั้นบนลงชั้นล่าง

7.ขนย้ายเครื่องจักรต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า หรืออื่นๆลงชั้นล่างและออกจากหน่วยงาน

8.รื้อหลังคา พร้อมขนย้ายลงชั้นล่างทางเส้นทางที่กำหนดไว้

9.ทุบ ตัดคานชั้นบนสุด-ย่อยและขนย้ายลงสู่ชั้นล่างและขนออกนอกหน่วยงาน

10.ทำวิธีการเดียวกันนี้กับพื้นชั้นล่าง

11.ขนย้ายเศษซากออกจากหน่วยงานตลอดเวลาการรื้อถอนแต่ล่ะชั้น โดยการจัดเวลา ขนย้ายลงและออก


การขนเศษวัสดุ

1.วัสดุที่ใช้งานได้ ขนย้ายด้วยรถบรรทุก โดยมีผ้าใบคลุมมิดชิดทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน

2.วัสดุที่ใช้งานไม่ได้ ขนย้ายด้วยรถดั้มใหญ่ โดยมีผ้าใบคลุมมิดชิดทั้งกลางวันและเวลากลางคืน


การป้องกัน

1.ทำแผงกันวัสดุตกหล่น โดยรอบอาคาร

2.ใช้ผ้าใบกันฝุ่นซึ่งกั้นโดยรอบอาคาร

3.ขณะดำเนินการรื้อถอน จะมีการฉีดน้ำกันฝุ่นตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ปลิวออกด้านนอก หรือปลิวออกน้อยที่สุด

4.การขนย้ายวัสดุที่เกิดฝุ่น จะต้องฉีดน้ำให้ชุ่มก่อนการดำเนินการ

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747


บทความนี้กล่าวถึงวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย โดยลำดับขั้นตอนการื้อถอนซึ่งเป็นวิธีการรื้อถอนอาคารที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ วัตถุประสงค์ของบทความเพื่อที่จะสนับสนุนส่งเสริมวิธีการดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงการวิศวกรรมการก่อสร้างและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ในบทความนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนวิธีการโดยที่ปราศจากข้อจำกัดด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากภายนอก สำหรับมาตรการความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ถือตามข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศกรุงเทพมหานคร นอกเหนือจากวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย ยังมีตัวอย่างงานรื้อถอนที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อความเสียหาย ชีวิตและทรัพย์สินเพื่อเป็นข้อเปรียบเทียบให้เห็นว่า วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยควรได้รับการสนับสนุน หรือใช้เป็นต้นแบบส่วนประกอบแนวคิดในการบริหารเวลา ค่าใช้จ่าย ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนเพื่อการสร้างภาพพจน์ที่ดีกับอาชีพการรื้อถอนอาคารให้เป็นที่ยอมรับกับสังคม วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง และเกิดความปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบกับสังคม ประชาชน อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องโดยทั่วไป

วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย นับเป็นวิธีพื้นฐานที่ไม่สลับซับซ้อนเป็นวิธีที่ใช้กันมาตลอดและในทุกวันนี้ก็ยังมีความจำเป็นใช้กันอยู่ สำหรับผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร โดยทั่วไปได้แบ่งการรื้อถอนออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่ใช้แรงงานคนและประเภทที่ใช้แรงงานเครื่องจักร ทั้งสองประเภทวิธีการรื้อถอนที่ปลอดภัยนั้นขั้นตอนไม่ต่างกันมาก จะต่างกันก็คือขนาดของอาคารหรือขนาดของโครงสร้าง สำหรับบทความนี้ได้นำประเภทที่ใช้แรงงานคนรื้อถอนอาคารมาเป็นตัวอย่าง และเสริมด้วยการใช้เครื่องจักรในภายหลัง โดยเฉพาะกรณีที่ต้องรื้อถอนฐานรากออกทั้งหมด

การรื้อถอนอาคารในประเทศไทยต้องถือว่าเป็นการรื้อถอนอาคารที่ไม่ใหญ่โตมาก ที่กล่าวเช่นนี้เพราะอาคารที่มีขนาดใหญ่หรืออาคารสูงเกือบทั้งหมดเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน ยังไม่ถึงคราวที่จะต้องรื้อถอน ส่วนใหญ่ของการรื้อถอนจะเป็นอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 4 ชั้น จะลำดับขั้นตอนวิธีการรื้อถอนที่ปลอดภัยจากอาคารสูงไม่เกิน 4 ชั้นเป็นตัวอย่าง และข้อสังเกตจากบริษัทรับเหมารื้อถอนอาคารเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยที่นอกเหนือไปจากขั้นตอนวิธีการรื้อถอนเช่น ความร่วมมือตามอำนาจหน้าที่ของทุกฝ่าย สำหรับการรื้อถอนอาคารที่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย ชีวิตและทรัพย์สิน จะอธิบายด้วยภาพโครงการรื้อถอนอาคารที่ผ่านมา ในบทความนี้ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึง วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยกับวิธีการรื้อถอนอาคารที่เกิดความเสียง เพื่อจะใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ผลกระทบ ให้เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นเอกภาพระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หวังว่าจะได้ช่วยลดปัญหาและเพิ่มความปลอดภัยให้กับการรื้อถอนอาคาร อันจะเป็นประโยชน์กับวงการวิศวกรรมก่อสร้างต่อไป

วิธีการรื้อถอนอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อย่างปลอดภัย

การยกตัวอย่างโดยใช้อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อาจรวมชั้นลอยอยู่ด้วย ถือว่าเป็นอาคารส่วนใหญ่ที่ได้รับการรื้อถอน จะเห็นได้จากโครงการสาธารณูปโภคต่างๆเช่น ทางด่วน ทางวงแหวนรอบนอก โครงการรถไฟฟ้ามหานคร แต่ละโครงการจะมีการเวนคืนอาคารพาณิชย์ขนาดความสูงส่วนมากไม่เกิน 4 ชั้นเป็นหลักหมื่นห้อง ถึงแม้จะตัวเลขไม่ชัดเจนแต่ชี้ให้เห็นว่าเป็นปริมาณที่มีจำนวนมากมาย และคงยังเป็นอาคารที่ต้องรื้อถอนส่วนใหญ่อีกนานหลายสิบปี โดยทั่วไปจะมีลำดับขั้นตอนการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้

  1. สร้างรั้ว กันช้อน กันวัสดุตกหล่น
  2. คลุมอาคารป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
  3. รื้อวัสดุแขวนลอยภายนอกและภายในอาคาร
  4. รื้อครีบภายนอกทั้งหมด
  5. รื้อพื้นกันสาดภายนอกให้เหลือคานและเหล็กพื้นไว้
  6. รื้อหน้าต่าง ประตู ผนังกันห้องและฝ้าเพดานที่ทำจากไม้
  7. รื้อเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ที่นำกับมาใช้ได้
  8. รื้อพื้นทั้งหมดจากพื้นชั้นลอยขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ( คงเหล็กไว้ )
  9. รื้อผนังก่ออิฐฉาบปูนชั้น 4 ทั้งหมด สำหรับผนังภายนอกและ parapet ชั้นดาดฟ้าต้องรื้อด้วยความระมัดระวัง
  10. รื้อถอนคานและเสาภายในชั้น 4 ( ตัดเหล็กพื้น คาน เสา )
  11. รื้อถอนคานและเสาภายนอก ( รอบนอก ) พร้อมกันที่ละด้าน โดยยึดรั้งพับเข้าภายในอาคาร (ด้านที่ติดถนนหรือมีการสัญจรให้รื้อในลำดับหลัง และด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเช่น ขณะพับล้มคาน เสา ควรปิดถนนประมาณ 5 นาที )
  12. รื้อถอนชั้น 3 ตามข้อ 9 ถึง 11.
  13. โครงสร้างที่เหลือถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ให้พิจารณารื้อถอนตามความเหมาะสม

จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นว่าเหลือโครงสร้างอยู่อีกสองชั้นในข้อ 13 ถึงขั้นตอนนี้ปกติจะเริ่มใช้เครื่องจักรเข้าทำงาน โดยทั่วไปจะใช้ backhoe pc 200 รื้อถอนคานและเสาที่เหลือสลับกับการขนย้ายเศษขยะ ขี้ปูนออกนอกพื้นที่ในเวลากลางคืน จนกระทั้งขุดรื้อฐานรากออกปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย ถึงขั้นตอนนี้ก็ถือว่าจบขบวนการรื้อถอนเตรียมส่งมอบงานได้

ถึงอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าให้ความปลอดภัยได้ 100 % ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ เข้ามาประกอบมากมายเช่น อุปกรณ์การรื้อถอนต้องมีมากพอและพร้อมใช้งาน ความสามารถประสบการณ์ของแรงงานหรือผู้ประกอบอาชีพรื้อถอน อีกอย่างหนึ่งการรื้อถอนอาคารนับเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุด สุขภาพร่างกายของผู้ทำงานต้องพร้อมเสมอ 100 % นอกจากที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับขั้นตอนดังกล่าวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยไม่เกิดปัญหาในแต่ ละขั้นตอน ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกัน

วิธีการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัย

การรื้อถอนอาคารเริ่มได้รับความสนใจจากประชาชน วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัยแล้วเกิดเป็นข่าวเช่น รื้อถอนแล้วเกิดอาคารถล่มลงมาทับคนตาย ชิ้นส่วนของอาคารตกใส่นักศึกษาเป็นต้น ก็จะทำให้สังคมหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเริ่มเข้ามาสนใจปัญหาที่เกิดขึ้น เริ่มมีการหาแนวทางมาตรการความปลอดภัยต่างๆมาใช้ ซึ่งเป็นความรวมมื้อซึ่งกันและกันของทุกฝ่าย ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณา เพื่อลดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด ตลอดจนช่วยกันเป็นหูเป็นตาคอยปรับปรุงวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทที่ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร ที่กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยพอจะสรุปได้ว่า ขั้นตอนและการวางแผนการรื้อถอนที่ดีจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลัก ที่สำคัญที่สุดต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยความจริงใจทั้งหมดถือว่าเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในทางปฏิบัติการรื้อถอนอาคาร จะไม่ได้รับความสำคัญขนาดนั้น ปัญหาคือข้อจำกัดทางเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งสองอย่างทำให้ผู้เกี่ยวข้องพยายามหลีกเลี่ยง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าเริ่มต้นด้วยวิธีการดังกล่าว การคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมคงเป็นเรื่องยาก พฤติกรรมชอบเสี่ยงก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของวิธีการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัย หรือเป็นวิธีการรื้อถอนที่มีความเสี่ยงสูง

ตัวอย่างจะเห็นได้จากรูปภาพ เหตุที่เป็นดังนั้นเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามขั้นตอนความปลอดภัยได้ หรือทำได้ไม่ครบทุกขั้นตอน ดังนั้นวิธีการรื้อถอนอาคารจากรูป จึงต้องใช้ backhoe pc 200 โค่นล้มตึกในคราวเดียว สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือผลกระทบข้างเคียง รูปภาพที่เห็นเป็นการโค่นล้มตึกจากบริษัทที่มีประสบการณ์เครื่องจักรพร้อมที่จะเข้าไปรุม แต่ถึงอย่างไรก็ตามในสถานที่ชุมชนวิธีการดังกล่าวควรเป็นทางเลือกสุดท้าย

จะเห็นได้ว่าปัญหาที่สำคัญคือ ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร มีความเข้าใจขบวนการต่างๆทางกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมหรือไม่ขนาดไหน ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงาน ตัวแทนผู้ว่าจ้าง มีความยอมรับทางด้านกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมมากน้อยขนาดไหนด้วย ถ้าทั้งสองฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างหันหน้าเข้าหากัน มองเห็นเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา ( ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเรื่องง่ายและธรรมดามากๆ )ปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความร่วมมือ ก็เท่ากับส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้กับการรื้อถอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวม และสนับสนุนอาชีพการรื้อถอนอาคารให้เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย

ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย

ในหัวข้อนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย เกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารของบุคคลทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ความหมายที่แท้จริงของผู้ที่เกี่ยวข้องในหัวข้อนี้คือ รวมถึงประชาชนทุกคน เพราะถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ถ้าสังคมได้รับผลกระทบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่น จากมลภาวะที่เกิดจากฝุ่นของการรื้อถอนอาคาร ก็เท่ากับมีผลกระทบกับทุกคนด้วย

ในกรณีของประชาชนที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อาจจะเรียนรู้ที่จะให้ความร่วมมือในมาตรการของความปลอดภัยเล็กๆน้อยๆเช่น ปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อเข้าไปในสถานที่ก่อสร้างหรือในสถานที่ที่มีการรื้อถอนอาคาร หรือหยุดการสัญจรทันทีที่มีการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน การรื้อถอนอาคารเป็นงานค่อนข้างเสี่ยงอันตราย ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเมื่อจำเป็นต้องอยู่ใกล้ หากมีความจำเป็นควรให้ความร่วมมือเมื่อได้รับสัญญาณ ฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้เคยกล่าวมาบ้างแล้ว ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงผู้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมผลักดันให้งานเดินไปได้ด้วยความปลอดภัย นอกจากผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างแล้ว ยังมีส่วนราชการที่ถือว่าต้องให้ความร่วมมือ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงค่อยออกมาแสดงความคิดเห็น เช่น การก่อสร้างหรือรื้อถอนด้านที่ติดกับสถานที่สาธารณะต้องมีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนให้ความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ควรให้เอกชนทำแบบเข้าไปให้พิจารณาถึงแม้จะมีการรับรองโดยวิศวกร หรืออาคารใดที่มีการขออนุญาตรื้อถอนอาคารควรมีข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ให้ถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้าหรือทำธุรกิจใดๆ และควรมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตลอดจนควรมีพัฒนาการแนวคิดด้านความปลอดภัยใหม่ๆอยู่เสมอ

กรณีผู้รื้อถอนกับผู้ควบคุมในส่วนของผู้ว่าจ้าง มีข้อสังเกตว่าถ้าผู้ว่าจ้างไม่ได้จ้างคนงานเข้ามารื้อถอนด้วยตนเอง แต่ให้ผู้รับเหมารื้อถอนอาคารมาเป็นผู้รื้อถอนให้ พื้นที่การรื้อถอนอาคารควรอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้เข้าดำเนินการ ซึ่งควรถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า ความหมายคือรวมถึงผู้ว่าจ้างและคนของผู้ว่าจ้างด้วย การเข้าพื้นที่แต่ละครั้งควรได้รับความเห็นชอบจากผู้รื้อถอน นี้เป็นมาตรการความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทรื้อถอนอาคาร การควบคุมงานอย่างใกล้ชิด การส่งเสียงที่ผิดปกติจากที่คนงานเคยชิน อาจนำมาซึ่งความสับสนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย การที่ผู้ควบคุมงานหรือเจ้าหน้าของผู้ว่าจ้างที่เดินตามหัวหน้างานของผู้รื้อถอน ขณะอยู่ในช่วงเวลาปฏิบัติการรื้อถอน ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ การตรวจความก้าวหน้าของงานหรืออื่นๆ ควรอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการปฏิบัติงานรื้อถอนและอยู่ในความดูแลของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร

ที่กล่าวมาบางเรื่องหรือทุกเรื่องอาจจะเข้าใจลำบากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงการก่อสร้าง งานรื้อถอนขนาดใหญ่ก็ใช่ว่าจะพบกันบ่อยนัก ที่สำคัญอยากจะให้พิจารณาว่าการรื้อถอนอาคารเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากๆ ถึงแม้จะมีมาตรการความปลอดภัย แต่ไม่รับรองความปลอดภัยได้เสมอ สิ่งเดียวที่ควรทำสำหรับทุกคน ใกล้มันเท่าที่จำเป็นและไกลมันให้มากที่สุด ถ้าทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากการรื้อถอนด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยก็คงได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป ที่สำคัญองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับวงการก่อสร้างควรเป็นแกนนำ ในการให้ข้อมูลการศึกษาอบรมด้านความปลอดภัยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงส่วนราชการก็ควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

อนาคตการรื้อถอนอาคารในประเทศไทย

ตามที่กล่าวในบทนำการรื้อถอนอาคารในประเทศไทย เป็นการรื้อถอนอาคารที่ไม่ใหญ่โตมาก ทั้งหมดเกือบ 100 % เป็นอาคารสูงไม่เกิน 4 ชั้น ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน แต่ในขณะเดียวกันจะมีสัดส่วนการรื้อถอนอาคารสูงเพิ่มขึ้นตลอดเวลาในอนาคต จนกระทั้งการรื้อถอนอาคารสูงจะเป็นเรื่องปกติธรจากอดีตจนกระทั้งถึงปัจจุบันการรื้อถอนอาคารของไทย ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ยังถือว่าไม่ได้พัฒนาวิธีการที่ใช้รื้อถอนกันมากนัก เพราะเนื่องจากการรื้อถอนอาคารส่วนใหญ่ เป็นอาคารที่ยังมีความสูงไม่มาก หรือเป็นอาคารโรงงาน อาคารอเนกประสงค์ สะพาน ถนน สนามบิน ทั้งหมดอาจจะมีความใหญ่ในแนวราบ ดังนั้นเทคโนโลยีที่ใช้รื้อถอนไม่เกินไปกว่าการใช้เครื่องจักรประเภท backhoe ติดหัวเจาะทำลายคอนกรีต วิธีการดังกล่าวยังเป็นข้อจำกัดในการรื้อถอนอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอาคารดังกล่าวตั้งอยู่กลางเมือง ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบกับประชาชน สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงอันตรายที่เกิดจากอุบัติเหตุความผิดพลาด

ในอนาคตผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคารจะต้องพัฒนาศักยภาพ ขีดความสามารถด้านการรื้อถอนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งการบริหารจัดการให้เทียบเท่ากับบริษัทก่อสร้างที่ได้มาตรฐานอยู่ในขณะนี้ กล่าวคือการรื้อถอนต้องใช้ความสามารถที่หลากหลายเช่น เพิ่มความสามารถทางด้านการตัด เจาะ การยก การขนย้าย การใช้วิธี implosion และการใช้วิธี non explosion เป็นต้น งานทั้งหมดที่กล่าวต้องสามารถทำได้ด้วยบริษัทที่ทำงานทางด้านรื้อถอนเอง เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการเสนอราคาจะได้ถูกลงคืออยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดก็ต้องการการบริหารจัดการที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ธรรมดา ของวิศวกรรมการก่อสร้างเมืองไทย ถ้าดูจากคาบเวลาอย่างน้อยอีกประมาณ 20 ปี นับจากปี พ.ศ. 2548 เพราะน่าจะมีอาคารสูงจำนวนไม่น้อยมีอายุ 40-50 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มทุนแล้วและยากที่จะปรับปรุงอีกต่อไป การรื้อถอนออกแล้วสร้างใหม่อาจให้ผลประโยชน์ที่น่าสนใจกว่า ปัญหามีอยู่ว่าถึงวันนั้นการรื้อถอนอาคารจะพัฒนาไปอย่างไร

ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย ขึ้นอยู่กับสองประเด็นสำคัญคือ ขั้นตอนที่ถูกต้องกับความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสมจะช่วยป้องกันลดปัญหาการเกิดความผิดพลาด ประกอบกับมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวด ก็จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปัจจุบันเริ่มมีการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการออกแบบและการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน ในทางกลับกันการรื้อถอนอาคารก็ไม่ควรจะต่างจากกันมาก ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนควรจะต้องคำนึงถึงหลักการทางด้านวิศวกรรม ควรมีวิศวกรคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของโครงสร้างขณะทำการรื้อถอน ที่สำคัญประการสุดท้ายส่วนราชการต้องชัดเจนทางด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ควรมีมาตรฐานเดียวไม่เลือกปฏิบัติ

หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจ อุบัติเหตุที่จะเกิดจากการรื้อถอนอาคารก็จะลดน้อยลง อาชีพการรื้อถอนตลอดจนวงการวิศวกรรมประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

1. วีระเดช พะเยาศิริพงศ์ ( 2546 ) รวมกฎหมายก่อสร้าง, สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, กรุงเทพฯ, 532 หน้า.

2. เอกสาร Company profile บริษัท ไทย โปรเกรสซิฟ โฮลดิ้ง จำกัด

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747


จั่วหัวเรื่องมาแบบนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า ถนนจะมาเกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านได้อย่างไร ผมขอบอกตรงนี้เลยว่าในทางกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากเลยครับ ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนนะครับว่าถนนส่วนบุคคลกับถนนสาธารณะนั้นแตกต่างกันอย่างไร

“ทางส่วนบุคคล” หมายความว่า ที่ดินของเอกชนซึ่งประชาชนใช้เป็นทางคมนาคมได้

“ทางสาธารณะ” หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้ที่ไม่ใช่ทางส่วนบุคคล

ในการออกแบบและสร้างอาคารแต่ละหลังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือ ประเภทและความกว้างของถนนครับ เพราะถนนที่มีความกว้างต่างกันก็มีระยะร่นของตัวอาคารกับแนวที่ดินที่ติดถนนต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้ผมยังไม่ขอลงลึกตรงประเด็นนี้นะครับ เพราะวันนี้เราจะมาดูกันก่อนว่า ถนนสาธารณะและถนนส่วนบุคคลนั้นมีผลต่ออาคารบ้านเรือนแตกต่างกันอย่างไร

หากจะสรุปโดยรวมเป็นภาพกว้าง ๆ ในทางกฎหมายแล้วก็จะกล่าวได้ว่าถนนส่วนบุคคลนั้น มีข้อจำกัดในการก่อสร้างอาคารมากกว่าถนนสาธารณะ ครับยกตัวอย่างเช่น

อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสาธารณะ อาคารสูงเกิน 2 ชั้น หรืออาคารสูงเกิน 8 เมตร ยกเว้นอาคารอยู่อาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น ที่ไม่อยู่ริมทางสาธารณะ ให้มีที่ว่างด้านหน้าไม่น้องกว่า 6 เมตร อาคารตามวรรคหนึ่งถ้าสูงเกิน 3 ชั้น ให้มีที่ว่างกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร

จะเห็นได้ว่าจะมีเพียงอาคารอยู่อาศัยขนาดเล็กเท่านั้นครับที่ได้รับการยกเว้นในเรื่องนี้ หากท่านใดที่ต้องการที่ดินไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาถึงจุดนี้ เพราะไม่เช่นนั้นที่ดินที่ท่านได้มาอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ท่านคาดคิดไว้ก็ได้ครับ

วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าถนนใดเป็นถนนสาธารณะหรือถนนส่วนบุคคลนั้นก็พอจะสังเกตได้จากลักษณะของถนนเป็นเบื้องต้นโดยถนนสาธารณะนั้นจะมีสาธารณูปโภคครบถ้วนครับ แต่จะให้ดีควรจะดูใน โฉนดจะดีที่สุดครับเพราะหากที่ดินดังกล่าวติดถนนสาธารณะ ก็จะมีการเขียนกำกับไว้ว่าเป็นถนนสาธารณะ หากมิได้ระบุในโฉนดให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นถนนส่วนบุคคลควรจะทำการตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน ของเขตต่าง ๆ เพื่อความแน่ใจจะดีที่สุด พบกันใหม่กับกฎหมายใกล้เรือน ไม่ไกลตัวฉบับหน้านะครับ

ที่มา : www.planban.net

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


กฎหมายใกล้บ้านของเรายังคงอยู่ที่เรื่องของระยะร่นเช่นเดิมครับ เพราะถือเป็นกฎหมายกลุ่มแรก ๆ ที่จะมาเกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารครับ

ตามกฎหมายกำหนดนั้น การก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารหรือส่วนของอาคารจะต้องไม่ล้ำเข้าไปในที่สาธารณะ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่สาธารณะนั้น ๆ

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตรให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร

ในส่วนอาคารที่สูงเกินสองชั้นหรือ 8 เมตร ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว อาคารพานิชย์ โรงงาน อาคารสาธารณะ ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายหรือคลังสินค้า ที่จะทำการก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะ

1.) ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 6 เมตร

2.) ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 1 ใน 10 ของความกว้างของถนนสาธารณะ

3.) ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างเกิน 20 เมตรขึ้นไป ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 2 เมตร

แถมท้ายนิดนึงครับว่าการวัดความกว้างถนนนั้นเขาวัดกันที่กำแพงถึงกำแพงอีกฝั่งหนึ่งนะครับ กล่าวคือ รวมฟุตบาทด้วยนั่นเองครับ ก็ลองสำรวจดูนะครับ ก่อนซื้อที่หรือลงมือปลูกสร้างบ้าน หรือจะซื้อบ้าน ก็ลองเช็คกฎหมายข้อนี้ดูก่อน จะได้ไม่ต้องรื้อถอนในภายหลังดังที่มีให้เห็นเป็นอุทาหร อยู่เนือง ๆ

ที่มา : www.planban.net

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปนั้น โดยปกติ ระยะช่องเปิด ประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือริมระเบียง สำหรับชั้น 2 ลงมา หรือสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และสำหรับชั้นสามขึ้นไป หรือสูงเกิน 9 เมตร ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตรครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก กฎหมายก็มีข้ออนุโลมอยู่ว่า บ้านพักอาศัย ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร ให้ผนังด้านที่ไม่มีช่องเปิดสามารถสร้างห่างเขตที่ดินได้น้อยกว่า 1 เมตร ถ้าห่างเขตที่ดินได้น้อยกว่า 1 เมตร ถ้าสร้างห่างเขตที่ดินน้อยกว่า 50 เซนติเมตร ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินด้านนั้นด้วย อ่านมาถึงตอนนี้ ก็จะทราบแล้วนะครับ ซึ่งถือเป็นสาระพื้นฐานที่คนคิดจะมีบ้านควรจะรู้ไว้ครับ จะได้ไม้เสียโอกาสเสียประโยชน์ไปเพราะความไม่รู้ครับ

ที่มา : www.planban.net

ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192


การต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร เมื่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคารจะสิ้นอายุ ท่านจะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนหมดอายุ ณ ที่ท่านได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยมีเอกสารดังนี้

(1) แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร รื้อถอนอาคาร เคลื่อนย้ายอาคาร ดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถเพื่อการอื่น (แบบ ข.5)
(2) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
(3) สำเนาบัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอฯ ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
(4) หนังสือมอบอำนาจของผู้ขออนุญาต สำเนาบัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
(5) สำเนาใบอนุญาตเดิม พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
(6) หนังสือแสดงความยินยอมของสถาปนิกและวิศวกรผู้ควบคุมงานพร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพ จำนวน 1 ชุด (กรณีที่เป็นอาคารมีลักษณะ ขนาดอยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรม และได้แจ้งชื่อผู้ควบคุมงานแล้ว)
(7) ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 57(พ.ศ.2544) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
(8) หนังสือแสดงความยินยอมของสถาปนิกและวิศวกรผู้ควบคุมงานพร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพ จำนวน 1 ชุด (กรณีที่เป็นอาคารมีลักษณะ ขนาดอยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือ วิชาชีพสถาปัตยกรรม และได้แจ้งชื่อผู้ควบคุมงานแล้ว)

หมายเหตุ
1. แบบฟอร์มต่างๆ ถ้ามีมากกว่า 1 หน้าให้พิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของกระดาษ
2. แบบ ข1, แบบ ข5, แบบ ข8, แบบคำร้อง,ใบรับรองวิศวกร, ใช้กระดาษ Legal 81/2 x 14 in.