บทความนี้กล่าวถึงวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย โดยลำดับขั้นตอนการื้อถอนซึ่งเป็นวิธีการรื้อถอนอาคารที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ วัตถุประสงค์ของบทความเพื่อที่จะสนับสนุนส่งเสริมวิธีการดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงการวิศวกรรมการก่อสร้างและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ในบทความนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนวิธีการโดยที่ปราศจากข้อจำกัดด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากภายนอก สำหรับมาตรการความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ถือตามข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศกรุงเทพมหานคร นอกเหนือจากวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย ยังมีตัวอย่างงานรื้อถอนที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อความเสียหาย ชีวิตและทรัพย์สินเพื่อเป็นข้อเปรียบเทียบให้เห็นว่า วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยควรได้รับการสนับสนุน หรือใช้เป็นต้นแบบส่วนประกอบแนวคิดในการบริหารเวลา ค่าใช้จ่าย ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนเพื่อการสร้างภาพพจน์ที่ดีกับอาชีพการรื้อถอนอาคารให้เป็นที่ยอมรับกับสังคม วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง และเกิดความปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบกับสังคม ประชาชน อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องโดยทั่วไป
วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย นับเป็นวิธีพื้นฐานที่ไม่สลับซับซ้อนเป็นวิธีที่ใช้กันมาตลอดและในทุกวันนี้ก็ยังมีความจำเป็นใช้กันอยู่ สำหรับผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร โดยทั่วไปได้แบ่งการรื้อถอนออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่ใช้แรงงานคนและประเภทที่ใช้แรงงานเครื่องจักร ทั้งสองประเภทวิธีการรื้อถอนที่ปลอดภัยนั้นขั้นตอนไม่ต่างกันมาก จะต่างกันก็คือขนาดของอาคารหรือขนาดของโครงสร้าง สำหรับบทความนี้ได้นำประเภทที่ใช้แรงงานคนรื้อถอนอาคารมาเป็นตัวอย่าง และเสริมด้วยการใช้เครื่องจักรในภายหลัง โดยเฉพาะกรณีที่ต้องรื้อถอนฐานรากออกทั้งหมด
การรื้อถอนอาคารในประเทศไทยต้องถือว่าเป็นการรื้อถอนอาคารที่ไม่ใหญ่โตมาก ที่กล่าวเช่นนี้เพราะอาคารที่มีขนาดใหญ่หรืออาคารสูงเกือบทั้งหมดเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน ยังไม่ถึงคราวที่จะต้องรื้อถอน ส่วนใหญ่ของการรื้อถอนจะเป็นอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 4 ชั้น จะลำดับขั้นตอนวิธีการรื้อถอนที่ปลอดภัยจากอาคารสูงไม่เกิน 4 ชั้นเป็นตัวอย่าง และข้อสังเกตจากบริษัทรับเหมารื้อถอนอาคารเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยที่นอกเหนือไปจากขั้นตอนวิธีการรื้อถอนเช่น ความร่วมมือตามอำนาจหน้าที่ของทุกฝ่าย สำหรับการรื้อถอนอาคารที่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย ชีวิตและทรัพย์สิน จะอธิบายด้วยภาพโครงการรื้อถอนอาคารที่ผ่านมา ในบทความนี้ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึง วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยกับวิธีการรื้อถอนอาคารที่เกิดความเสียง เพื่อจะใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ผลกระทบ ให้เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นเอกภาพระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หวังว่าจะได้ช่วยลดปัญหาและเพิ่มความปลอดภัยให้กับการรื้อถอนอาคาร อันจะเป็นประโยชน์กับวงการวิศวกรรมก่อสร้างต่อไป
วิธีการรื้อถอนอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อย่างปลอดภัย
การยกตัวอย่างโดยใช้อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อาจรวมชั้นลอยอยู่ด้วย ถือว่าเป็นอาคารส่วนใหญ่ที่ได้รับการรื้อถอน จะเห็นได้จากโครงการสาธารณูปโภคต่างๆเช่น ทางด่วน ทางวงแหวนรอบนอก โครงการรถไฟฟ้ามหานคร แต่ละโครงการจะมีการเวนคืนอาคารพาณิชย์ขนาดความสูงส่วนมากไม่เกิน 4 ชั้นเป็นหลักหมื่นห้อง ถึงแม้จะตัวเลขไม่ชัดเจนแต่ชี้ให้เห็นว่าเป็นปริมาณที่มีจำนวนมากมาย และคงยังเป็นอาคารที่ต้องรื้อถอนส่วนใหญ่อีกนานหลายสิบปี โดยทั่วไปจะมีลำดับขั้นตอนการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้
- สร้างรั้ว กันช้อน กันวัสดุตกหล่น
- คลุมอาคารป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
- รื้อวัสดุแขวนลอยภายนอกและภายในอาคาร
- รื้อครีบภายนอกทั้งหมด
- รื้อพื้นกันสาดภายนอกให้เหลือคานและเหล็กพื้นไว้
- รื้อหน้าต่าง ประตู ผนังกันห้องและฝ้าเพดานที่ทำจากไม้
- รื้อเฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ที่นำกับมาใช้ได้
- รื้อพื้นทั้งหมดจากพื้นชั้นลอยขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ( คงเหล็กไว้ )
- รื้อผนังก่ออิฐฉาบปูนชั้น 4 ทั้งหมด สำหรับผนังภายนอกและ parapet ชั้นดาดฟ้าต้องรื้อด้วยความระมัดระวัง
- รื้อถอนคานและเสาภายในชั้น 4 ( ตัดเหล็กพื้น คาน เสา )
- รื้อถอนคานและเสาภายนอก ( รอบนอก ) พร้อมกันที่ละด้าน โดยยึดรั้งพับเข้าภายในอาคาร (ด้านที่ติดถนนหรือมีการสัญจรให้รื้อในลำดับหลัง และด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเช่น ขณะพับล้มคาน เสา ควรปิดถนนประมาณ 5 นาที )
- รื้อถอนชั้น 3 ตามข้อ 9 ถึง 11.
- โครงสร้างที่เหลือถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ให้พิจารณารื้อถอนตามความเหมาะสม
จากขั้นตอนดังกล่าวจะเห็นว่าเหลือโครงสร้างอยู่อีกสองชั้นในข้อ 13 ถึงขั้นตอนนี้ปกติจะเริ่มใช้เครื่องจักรเข้าทำงาน โดยทั่วไปจะใช้ backhoe pc 200 รื้อถอนคานและเสาที่เหลือสลับกับการขนย้ายเศษขยะ ขี้ปูนออกนอกพื้นที่ในเวลากลางคืน จนกระทั้งขุดรื้อฐานรากออกปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย ถึงขั้นตอนนี้ก็ถือว่าจบขบวนการรื้อถอนเตรียมส่งมอบงานได้
ถึงอย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าให้ความปลอดภัยได้ 100 % ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ เข้ามาประกอบมากมายเช่น อุปกรณ์การรื้อถอนต้องมีมากพอและพร้อมใช้งาน ความสามารถประสบการณ์ของแรงงานหรือผู้ประกอบอาชีพรื้อถอน อีกอย่างหนึ่งการรื้อถอนอาคารนับเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุด สุขภาพร่างกายของผู้ทำงานต้องพร้อมเสมอ 100 % นอกจากที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับขั้นตอนดังกล่าวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยไม่เกิดปัญหาในแต่ ละขั้นตอน ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกัน
วิธีการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัย
การรื้อถอนอาคารเริ่มได้รับความสนใจจากประชาชน วงการวิศวกรรมการก่อสร้าง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัยแล้วเกิดเป็นข่าวเช่น รื้อถอนแล้วเกิดอาคารถล่มลงมาทับคนตาย ชิ้นส่วนของอาคารตกใส่นักศึกษาเป็นต้น ก็จะทำให้สังคมหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเริ่มเข้ามาสนใจปัญหาที่เกิดขึ้น เริ่มมีการหาแนวทางมาตรการความปลอดภัยต่างๆมาใช้ ซึ่งเป็นความรวมมื้อซึ่งกันและกันของทุกฝ่าย ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณา เพื่อลดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด ตลอดจนช่วยกันเป็นหูเป็นตาคอยปรับปรุงวิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทที่ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร ที่กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยพอจะสรุปได้ว่า ขั้นตอนและการวางแผนการรื้อถอนที่ดีจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลัก ที่สำคัญที่สุดต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยความจริงใจทั้งหมดถือว่าเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ในทางปฏิบัติการรื้อถอนอาคาร จะไม่ได้รับความสำคัญขนาดนั้น ปัญหาคือข้อจำกัดทางเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งสองอย่างทำให้ผู้เกี่ยวข้องพยายามหลีกเลี่ยง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าเริ่มต้นด้วยวิธีการดังกล่าว การคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมคงเป็นเรื่องยาก พฤติกรรมชอบเสี่ยงก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของวิธีการรื้อถอนอาคารที่ไม่ปลอดภัย หรือเป็นวิธีการรื้อถอนที่มีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างจะเห็นได้จากรูปภาพ เหตุที่เป็นดังนั้นเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามขั้นตอนความปลอดภัยได้ หรือทำได้ไม่ครบทุกขั้นตอน ดังนั้นวิธีการรื้อถอนอาคารจากรูป จึงต้องใช้ backhoe pc 200 โค่นล้มตึกในคราวเดียว สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือผลกระทบข้างเคียง รูปภาพที่เห็นเป็นการโค่นล้มตึกจากบริษัทที่มีประสบการณ์เครื่องจักรพร้อมที่จะเข้าไปรุม แต่ถึงอย่างไรก็ตามในสถานที่ชุมชนวิธีการดังกล่าวควรเป็นทางเลือกสุดท้าย
จะเห็นได้ว่าปัญหาที่สำคัญคือ ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคาร มีความเข้าใจขบวนการต่างๆทางกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมหรือไม่ขนาดไหน ผู้เกี่ยวข้องเช่น ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงาน ตัวแทนผู้ว่าจ้าง มีความยอมรับทางด้านกฎหมาย คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมมากน้อยขนาดไหนด้วย ถ้าทั้งสองฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างหันหน้าเข้าหากัน มองเห็นเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา ( ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเรื่องง่ายและธรรมดามากๆ )ปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความร่วมมือ ก็เท่ากับส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้กับการรื้อถอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวม และสนับสนุนอาชีพการรื้อถอนอาคารให้เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย
ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย
ในหัวข้อนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย เกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารของบุคคลทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ความหมายที่แท้จริงของผู้ที่เกี่ยวข้องในหัวข้อนี้คือ รวมถึงประชาชนทุกคน เพราะถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ถ้าสังคมได้รับผลกระทบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่น จากมลภาวะที่เกิดจากฝุ่นของการรื้อถอนอาคาร ก็เท่ากับมีผลกระทบกับทุกคนด้วย
ในกรณีของประชาชนที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อาจจะเรียนรู้ที่จะให้ความร่วมมือในมาตรการของความปลอดภัยเล็กๆน้อยๆเช่น ปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อเข้าไปในสถานที่ก่อสร้างหรือในสถานที่ที่มีการรื้อถอนอาคาร หรือหยุดการสัญจรทันทีที่มีการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน การรื้อถอนอาคารเป็นงานค่อนข้างเสี่ยงอันตราย ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเมื่อจำเป็นต้องอยู่ใกล้ หากมีความจำเป็นควรให้ความร่วมมือเมื่อได้รับสัญญาณ ฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้เคยกล่าวมาบ้างแล้ว ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงผู้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมผลักดันให้งานเดินไปได้ด้วยความปลอดภัย นอกจากผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างแล้ว ยังมีส่วนราชการที่ถือว่าต้องให้ความร่วมมือ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงค่อยออกมาแสดงความคิดเห็น เช่น การก่อสร้างหรือรื้อถอนด้านที่ติดกับสถานที่สาธารณะต้องมีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนให้ความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ควรให้เอกชนทำแบบเข้าไปให้พิจารณาถึงแม้จะมีการรับรองโดยวิศวกร หรืออาคารใดที่มีการขออนุญาตรื้อถอนอาคารควรมีข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ให้ถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้าหรือทำธุรกิจใดๆ และควรมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตลอดจนควรมีพัฒนาการแนวคิดด้านความปลอดภัยใหม่ๆอยู่เสมอ
กรณีผู้รื้อถอนกับผู้ควบคุมในส่วนของผู้ว่าจ้าง มีข้อสังเกตว่าถ้าผู้ว่าจ้างไม่ได้จ้างคนงานเข้ามารื้อถอนด้วยตนเอง แต่ให้ผู้รับเหมารื้อถอนอาคารมาเป็นผู้รื้อถอนให้ พื้นที่การรื้อถอนอาคารควรอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้เข้าดำเนินการ ซึ่งควรถือว่าเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า ความหมายคือรวมถึงผู้ว่าจ้างและคนของผู้ว่าจ้างด้วย การเข้าพื้นที่แต่ละครั้งควรได้รับความเห็นชอบจากผู้รื้อถอน นี้เป็นมาตรการความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ข้อมูลจากบริษัทรื้อถอนอาคาร การควบคุมงานอย่างใกล้ชิด การส่งเสียงที่ผิดปกติจากที่คนงานเคยชิน อาจนำมาซึ่งความสับสนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย การที่ผู้ควบคุมงานหรือเจ้าหน้าของผู้ว่าจ้างที่เดินตามหัวหน้างานของผู้รื้อถอน ขณะอยู่ในช่วงเวลาปฏิบัติการรื้อถอน ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ การตรวจความก้าวหน้าของงานหรืออื่นๆ ควรอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการปฏิบัติงานรื้อถอนและอยู่ในความดูแลของผู้รับเหมารื้อถอนอาคาร
ที่กล่าวมาบางเรื่องหรือทุกเรื่องอาจจะเข้าใจลำบากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงการก่อสร้าง งานรื้อถอนขนาดใหญ่ก็ใช่ว่าจะพบกันบ่อยนัก ที่สำคัญอยากจะให้พิจารณาว่าการรื้อถอนอาคารเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากๆ ถึงแม้จะมีมาตรการความปลอดภัย แต่ไม่รับรองความปลอดภัยได้เสมอ สิ่งเดียวที่ควรทำสำหรับทุกคน ใกล้มันเท่าที่จำเป็นและไกลมันให้มากที่สุด ถ้าทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากการรื้อถอนด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยก็คงได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป ที่สำคัญองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับวงการก่อสร้างควรเป็นแกนนำ ในการให้ข้อมูลการศึกษาอบรมด้านความปลอดภัยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงส่วนราชการก็ควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
อนาคตการรื้อถอนอาคารในประเทศไทย
ตามที่กล่าวในบทนำการรื้อถอนอาคารในประเทศไทย เป็นการรื้อถอนอาคารที่ไม่ใหญ่โตมาก ทั้งหมดเกือบ 100 % เป็นอาคารสูงไม่เกิน 4 ชั้น ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน แต่ในขณะเดียวกันจะมีสัดส่วนการรื้อถอนอาคารสูงเพิ่มขึ้นตลอดเวลาในอนาคต จนกระทั้งการรื้อถอนอาคารสูงจะเป็นเรื่องปกติธรจากอดีตจนกระทั้งถึงปัจจุบันการรื้อถอนอาคารของไทย ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ยังถือว่าไม่ได้พัฒนาวิธีการที่ใช้รื้อถอนกันมากนัก เพราะเนื่องจากการรื้อถอนอาคารส่วนใหญ่ เป็นอาคารที่ยังมีความสูงไม่มาก หรือเป็นอาคารโรงงาน อาคารอเนกประสงค์ สะพาน ถนน สนามบิน ทั้งหมดอาจจะมีความใหญ่ในแนวราบ ดังนั้นเทคโนโลยีที่ใช้รื้อถอนไม่เกินไปกว่าการใช้เครื่องจักรประเภท backhoe ติดหัวเจาะทำลายคอนกรีต วิธีการดังกล่าวยังเป็นข้อจำกัดในการรื้อถอนอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอาคารดังกล่าวตั้งอยู่กลางเมือง ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบกับประชาชน สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงอันตรายที่เกิดจากอุบัติเหตุความผิดพลาด
ในอนาคตผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนอาคารจะต้องพัฒนาศักยภาพ ขีดความสามารถด้านการรื้อถอนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งการบริหารจัดการให้เทียบเท่ากับบริษัทก่อสร้างที่ได้มาตรฐานอยู่ในขณะนี้ กล่าวคือการรื้อถอนต้องใช้ความสามารถที่หลากหลายเช่น เพิ่มความสามารถทางด้านการตัด เจาะ การยก การขนย้าย การใช้วิธี implosion และการใช้วิธี non explosion เป็นต้น งานทั้งหมดที่กล่าวต้องสามารถทำได้ด้วยบริษัทที่ทำงานทางด้านรื้อถอนเอง เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ต้นทุนในการเสนอราคาจะได้ถูกลงคืออยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดก็ต้องการการบริหารจัดการที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ธรรมดา ของวิศวกรรมการก่อสร้างเมืองไทย ถ้าดูจากคาบเวลาอย่างน้อยอีกประมาณ 20 ปี นับจากปี พ.ศ. 2548 เพราะน่าจะมีอาคารสูงจำนวนไม่น้อยมีอายุ 40-50 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มทุนแล้วและยากที่จะปรับปรุงอีกต่อไป การรื้อถอนออกแล้วสร้างใหม่อาจให้ผลประโยชน์ที่น่าสนใจกว่า ปัญหามีอยู่ว่าถึงวันนั้นการรื้อถอนอาคารจะพัฒนาไปอย่างไร
ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย ขึ้นอยู่กับสองประเด็นสำคัญคือ ขั้นตอนที่ถูกต้องกับความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสมจะช่วยป้องกันลดปัญหาการเกิดความผิดพลาด ประกอบกับมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวด ก็จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปัจจุบันเริ่มมีการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการออกแบบและการก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน ในทางกลับกันการรื้อถอนอาคารก็ไม่ควรจะต่างจากกันมาก ผู้ประกอบอาชีพการรื้อถอนควรจะต้องคำนึงถึงหลักการทางด้านวิศวกรรม ควรมีวิศวกรคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของโครงสร้างขณะทำการรื้อถอน ที่สำคัญประการสุดท้ายส่วนราชการต้องชัดเจนทางด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ควรมีมาตรฐานเดียวไม่เลือกปฏิบัติ
หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจ อุบัติเหตุที่จะเกิดจากการรื้อถอนอาคารก็จะลดน้อยลง อาชีพการรื้อถอนตลอดจนวงการวิศวกรรมประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
1. วีระเดช พะเยาศิริพงศ์ ( 2546 ) รวมกฎหมายก่อสร้าง, สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, กรุงเทพฯ, 532 หน้า.
2. เอกสาร Company profile บริษัท ไทย โปรเกรสซิฟ โฮลดิ้ง จำกัด
ทุบตึก รื้อถอน ติดต่อ สตีด จำกัด โทร 086-773-5192
รื้อถอน ทุบตึก บริษััท สตีด จำกัด 086-773-5192 ,086-302-4776, 02-915-1747
0 Response to "วิธีการรื้อถอนอาคารที่ปลอดภัย เบื้องต้น"
แสดงความคิดเห็น